โบสถ์จมน้ำ เมืองบาดาล

เมืองบาดาล

ผืนน้ำกว้างไกล มีความหมายแห่งชีวิต และเรื่องราวเล่าขาน ตำนานเมืองสังขละบุรีที่เลือนหายอยู่ใต้ผิวน้ำชั่วนิจนิรันดรราวเมืองบาดาล ใครจะเชื่อว่าเมื่อน้ำลดเมืองบาดาลทั้งเมืองก็ปรากฏให้เห็น หรือถ้าใครดำดิ่งลงไปใต้น้ำก็จะเห็นลวดลายแสนวิจิตรของวิหารแห่งเมืองใต้บาดาล  เมืองบาดาล เมืองที่จมอยู่ใต้บาดาล คือวัดที่เคยเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวมอญ  ซึ่งมีหลวงพ่ออุตตมะ “เทพเจ้าของชาวมอญ” ผู้ให้ความช่วยเหลือแก่ชาวมอญไร้สัญชาติในสังขละบุรีมาโดยตลอด พระผู้เป็นที่เคารพสักการะของชาวมอญและชาวไทยเป็นอย่างมาก

ทะเลสาบ เขื่อนวชิราลงกรณ์

เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่กลางขุนเขาสลับซับซ้อนแห่งเทือกตะนาวศรี เกิดจากการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำแควน้อยรอบๆ  เขื่อนวชิราลงกรณ์มีสภาพเป็นป่าดิบรกทึบอุดมสมบูรณ์ และเป็นที่อาศัย ของสัตว์ป่าหลากชนิด ส่วนใต้ผืนน้ำก็เต็มไปด้วยทรัพยากรสัตว์น้ำอันทรงคุณค่า เช่น ปลากระสูบ ปลาแรด ปลาชะโด และปลายี่สก เป็นต้น นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาสู่ทะเลสาบเพื่อมาชมทัศนียภาพของทะเลสาบอันกว้างใหญ่ รวมทั้งพักค้างแรมในแพพักหรือรีสอร์ตริมอ่างเก็บน้ำ

ช่วงเวลาท่องเที่ยวที่แนะนำ

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเที่ยวชมเมืองบาดาลคือระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ซึ่งน้ำในเขื่อนจะลดลงต่ำสุด เราก็จะได้เห็นหน้าตาซากวัดวังก์วิเวการามที่อยู่ใต้น้ำได้ชัดเจนขึ้น จนสามารถลงจากเรือไปเดินชมซากโบสถ์ วิหาร ซุ้มประตู และหอระฆังที่ยังหลงเหลืออยู่ได้อย่างใกล้ชิด แต่หากมาในช่วงอื่นก็อาจได้เห็นเพียงยอดของสิ่งก่อสร้างที่ลอยพ้นน้ำขึ้นมาตามแต่ช่วงเวลาของน้ำในเขื่อน

การเดินทาง

จากตัวเมืองกาญจนบุรีไปตามทางหลวงหมายเลข 323 สายกาญจนบุรี-ทองผาภูมิ- สังขละบุรี แล้วเช่าเรือหางยาวท่องเที่ยวในทะเลสาบรวมทั้งไปเยี่ยมชมเมืองบาดาลได้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อที่ ททท.ภาคกลาง เขต1 โทร. 0-3451-1200, 0-3451-2500

คลังรูปเมืองบาดาล

You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply